72 Hours in Tokyo
สำหรับเรายกให้ ‘โตเกียว’ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่กลับมาเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ อาจจะเพราะตกหลุมรักในความน่ารักของบ้านเมือง ผู้คน และอาหารที่ไม่ว่าย่านไหนก็ทำให้เคลิ้มได้ตลอด จนอยากกลับไปซ้ำอีกหลาย ๆ รอบ!
และสำหรับใครที่เที่ยวญี่ปุ่นบ่อยแล้ว อยากให้ลองแพลนไปเที่ยวนอกเมือง ขับรถชมวิวเที่ยวต่างจังหวัดแสนน่ารักของญี่ปุ่น และเปลี่ยน ‘โตเกียว’ ให้เป็นจุดเริ่มต้นทริป หรือเมืองสุดท้ายก่อนบินกลับไทยแบบเรา รีวิวนี้ชวนมาใช้เวลา 3 วันในโตเกียวและเมืองใกล้ๆ ให้เต็มที่ เที่ยวสบาย ๆ แบบไม่เหนื่อย ตื่นสายออกไปนั่งจิบกาแฟ กินของอร่อย ช้อปปิ้งของฝากติดไม้ติดมือก่อนกลับบ้าน แถมได้รูปสวยเก็บไว้เป็นไดอารี่อัพลงโซเชียลได้อีกเพียบ
และให้ทุกทริปที่ไปเที่ยวเป็น Priceless Experience ที่เก็บความทรงจำดี ๆ ไปกับ Mastercard บัตรเครดิตใบเดียวที่ใช้จ่ายสะดวก ปลอดภัย ได้ทุกที่ในญี่ปุ่น แถมมาพร้อมข้อเสนอดี ๆ ที่ช่วยให้เราใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าและสบายใจตลอดทั้งทริป

DAY 1 : UENO – ASAKUSA
Ueno Toshogu Shrine
📍maps.app.goo.gl/LD6v7Ke8jAv8Ci2m9
โตเกียว 3 วันแบบชิล ๆ ขอเริ่มต้นวันแบบสาย ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ มุ่งหน้าไปที่ ‘Ueno Toshogu Shrine’ ศาลเจ้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ ที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนสาธารณะอุเอโนะ ท่ามกลางความร่มรื่นของร่มเงาไม้ ช่วงสายคนจะยังไม่เยอะมาก เดินเข้ามาแล้วเหมือนได้หลุดจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่เข้าสู่ความเงียบสงบ

ด้วยศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่ โชกุนโทกุงาวะ อิเอยาสึ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนในยุคเอโดะ จึงเป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าสำคัญที่ผู้คนให้ความเคารพ และยังถือว่าเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่สวยที่สุดในโตเกียวอีกด้วย

เอกลักษณ์คือการออกแบบสไตล์ Gongen-Zukuri ที่มีหลังคาโค้ง ประดับประดาตกแต่งด้วยสีทองอร่ามและลวดลายละเอียดอ่อน ด้านหน้าจะมีประตู Karamon Gate ที่ตกแต่งด้วยสีทองสวยงามจนต้องขอถ่ายภาพเก็บไว้
เดินเข้าอีกหน่อย ไหว้พระขอพรให้สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตทั้งโชคลาภ การงาน และสุขภาพ แล้วอย่าลืมแวะซื้อเครื่องรางสุดน่ารัก ที่เค้าออกแบบเฉพาะของที่นี่กลับไปเป็นที่ระลึกกันด้วยนะ
Ueno Ameyoko Shopping Street
📍maps.app.goo.gl/ArWc3KA3koazr5CdA
หลังจากแวะไหว้พระแล้ว ก็เดินต่อไปที่ ‘ตลาดอะเมะโยโกะ’ แหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดของย่านอุเอโนะ เดิมทีที่นี่เคยเป็นตลาดมืดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันกลายเป็นถนนตลาดช้อปปิ้งขวัญใจคนไทย เพราะที่มีทุกอย่างให้เลือกสรร ตั้งแต่ของกินอร่อย ๆ ของฝาก ร้านเหล้ายามค่ำคืน ไปจนถึงรองเท้าและเสื้อผ้าแบรนด์ดังในราคาน่ารัก ที่เดินเล่นช้อปปิ้งได้เรื่อย ๆ แบบเพลิน ๆ

ใครเป็นสายช้อปปิ้ง ที่นี่ก็มีทั้งร้านรองเท้าแบรนด์ดังอย่าง Nike, Adidas, Onitsuka Tiger หรือจะเป็นร้านขายขนมของฝากอย่าง Niki no Kashi ที่มีขนมญี่ปุ่นราคาน่ารักให้เลือกซื้อเพียบ แต่เราขอลองทาโกะยากิลูกโต ๆ ราดซอสชุ่มฉ่ำก่อนเลยเป็นการเรียกน้ำย่อย
รอบนี้เรามาที่นี่ตอนสาย ๆ เพราะอยากเดินเล่นเพลิน ๆ หาของกินสตรีทฟู้ดอร่อย ๆ จากสองข้างทาง มาแล้วอยากให้ทุกคนลองแวะกินสตรอเบอร์รี่จากที่นี่ เพราะนอกจากจะลูกโต ๆ สีแดงน่ากิน กัดเข้าไปยังหวานฉ่ำละมุนลิ้นทุกคำ ถ้าไม่เชื่อก็ขอให้ภาพความฉ่ำของสตรอเบอร์รี่เป็นตัวเล่าเรื่อง เที่ยวญี่ปุ่นต้องกินให้สุดแล้วหยุดที่อิ่มเกิน!

Minatoya
📍maps.app.goo.gl/fdBbKJmnuPN1eo6n9
เดินช้อปจนเริ่มหิวก็ต้องแวะร้านเด็ดของย่านนี้ ‘Minatoya’ ร้านข้าวหน้าปลาดิบในตำนานขวัญใจคนไทย ที่คนต่อแถวกันแน่นตลอดวัน ด้วยความที่ร้านนี้เป็นร้านเล็ก ๆ แต่คนเยอะ ถ้าไปช่วงสาย ๆ อาจจะต้องรอคิวหน่อย แต่รับรองว่าอร่อยคุ้มค่าแน่นอน

เมนูเด็ดของที่นี่คือ ‘ข้าวหน้าไข่หอยเม่น+ไข่ปลาแซลมอน (Uni Ikura Don)’ ที่สดอร่อยแบบละลายได้ในปาก หรือใครอยากลองเมนูที่พรีเมียมขึ้นมาหน่อยก็อย่าลืมสั่ง ‘ข้าวหน้าปลาดิบรวม (Kaisendon)’ ที่รวมของดีจากทะเลญี่ปุ่นไว้ในชามเดียว
Marishiten Tokudaiji Temple
📍maps.app.goo.gl/tvigh9ZVAK2i8sUN8
มาถึงตลาดอะเมะโยโกะ แค่กิน ช้อปแบบฟิน ๆ คงยังไม่พอ ชวนแวะไหว้พระขอพรต่อที่ ‘Marishiten Tokudaiji Temple’ ศาลเจ้าเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในตลาดแต่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี ที่นี่เป็นศาลเจ้าของเทพมาริชิเท็น เทพเจ้าแห่งชัยชนะและความมั่งคั่งโชคดี ที่เชื่อกันว่าถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ค้าขาย ต้องมาขอพรที่นี่

มาถึงแล้วก็ขอลองเสี่ยงเซียมซีดูสักหน่อย แต่ไม่ว่าคำทำนายจะออกมาดีหรือไม่ดี แต่ที่แน่นอนคือทริปนี้มีแต่เรื่องราวและความทรงจำสนุกและคุ้มค่ากลับไปแน่นอน

Sensō-ji
📍maps.app.goo.gl/vioLwZRvCgH7nQud7
ถ้าพูดถึงโตเกียวแล้วไม่มา ‘วัดเซ็นโซจิ’ ก็คงเหมือนมาไม่ถึง แม้ว่าเราจะมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ที่นี่เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียว และเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวอย่างเราต้องแวะมาเช็คอินขอพรตามธรรมเนียมอยู่เสมอ แม้ว่าคนจะเยอะแต่ไหว้เสร็จก็เดินเล่น แวะช้อปของกระจุกกระจิก เพราะที่นี่มีร้านขายของน่ารัก ๆ ตรงทางเดินไปวัดเยอะเลย ไฮไลต์ของที่นี่คือ ‘โคมแดงยักษ์’ ที่ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมารู้เลยว่าอยู่ญี่ปุ่น

ครั้งนี้เราเลยขอเช่ายูกาตะเก๋ ๆ มาเดินเล่นและถ่ายรูปสวย ๆ ในย่านนี้ด้วย แถวนี้จะมีร้านยูกาตะให้เช่าเยอะ พร้อมบริการแต่งหน้าทำผม ช่วยแมทชุด ใส่ยูกาตะแบบถูกวิธีให้แบบเสร็จสรรพ
พอไหว้พระเสร็จจะผ่านถนนนากามิเสะ ที่เต็มไปด้วยร้านขายของน่ารัก ๆ และของฝากสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งตุ๊กตา พวงกุญแจ และขนมยอดฮิต ส่วนใครเป็นสายฟู้ดดี้ของอร่อยเราต้องไม่พลาด แนะนำให้ลองกินเมลอนปัง ดังโงะ และมันเผาญี่ปุ่น ของดีวัดเซ็นโซจิที่ต้องลอง!

นอกจากการไหว้พระขอพรแล้ว ถ้าอยากเปิดมุมมองใหม่ของการเที่ยวย่านอาซากุสะ ต้องลองนั่ง ‘Tokyo Asakusa Rickshaw’ รถลากแบบดั้งเดิมของโตเกียวที่จะพาเราชมเมืองแบบย้อนยุค สำรวจถนนประวัติศาสตร์และสีสันของย่านอาซากุสะแบบฟิน ๆ เป็นอีกหนึ่ง Priceless Experience ที่ต้องหาโอกาสลองสักครั้งที่มาเที่ยวญี่ปุ่น

Azuma Bridge
📍maps.app.goo.gl/5qJaLrwJsWYi9ZdU6
ปิดท้ายวันแรกด้วยการเดินเล่นชมวิวสองข้างทางไปเรื่อย ๆ จนถึง ‘สะพาน Azuma‘ จุดชมวิวแม่น้ำสุมิดะที่สามารถมองเห็น Tokyo Skytree และตึก Asahi Beer Hall ที่มีสัญลักษณ์ก้อนสีทองคล้ายฟองเบียร์โดดเด่นเห็นมาแต่ไกล ใครที่อยากได้ภาพสตรีทในโตเกียวแบบเท่ ๆ ที่นี่เป็นอีกมุมที่ไม่ควรพลาด

DAY 2 – KAMAKURA
วันนี้เราจะออกจากโตเกียวไป ‘คามาคุระ’ เมืองชายทะเลแสนสงบที่เราชอบมากที่สุด ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในอดีตที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมาก่อน มีทั้งวัดเก่าแก่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และเสน่ห์ของเมืองเก่าริมทะเลที่ให้ฟีลเหมือนเกียวโตขนาดย่อม ๆ
Oneday Trip นี้เราจะนั่งรถไฟสาย Enoden เลียบชายทะเลไปไหว้พระใหญ่ กินโซบะอร่อย ๆ จิบชาสุดพรีเมียมพร้อมดูวิวป่าไผ่ และเดินชิลรับลมให้ผมปลิวริมทะเล ที่หากโชคดีจะได้เจอวิวฟูจิเป็น Background สวย ๆ สุดฮีลใจด้วย

เราใช้เวลาเดินทางไปจากโตเกียวไม่นานแค่ 1 ชั่วโมง เท่านั้น! ก็ได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ของการเที่ยวแล้ว เที่ยวทริปนี้ให้คุ้มค่าทุกโมเมนต์และสะดวกสุด ๆ แบบเรา แนะนำให้ซื้อ Kamakura Free Pass จะได้ขึ้นรถไฟไปเที่ยวในคามากุระได้ไม่จำกัดในวันเดียวคุ้มสุด ๆ

Hokoku-ji Temple
📍maps.app.goo.gl/4aoBJjsr2nSVpf1ZA
และโลเคชั่นแรกที่เราขอไปเยือนในคามากุระคือ ‘Hokoku-ji Temple’ วัดเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่ Hokokuji Bamboo Forest ด้านหลังกว่า 2,000 ต้น ความพิเศษของที่นี่คือ บรรยากาศที่เงียบสงบเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึง ที่สำคัญสะอาด และคนไม่พลุกพล่าน ยิ่งถ้าแวะมาเที่ยวตอนเช้า ๆ อากาศของที่นี่จะสดชื่นเหมาะกับการเริ่มต้นวันเที่ยวที่สุด

เช็กอินที่ญี่ปุ่น ก็เหมือนได้เช็กเอาต์ความวุ่นวาย เพราะทางเดินขึ้นไปที่วัดจะเป็นเนินที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสบายตา ด้านในจะมีหอระฆังเก่าแก่ของวัด ที่ออกแบบหลังคาแบบเดียวกันกับบ้านโบราณของญี่ปุ่น ส่วนภายในวิหารมีพระพุทธรูปเก่าแก่ให้เข้าไปขอพรตามธรรมเนียม
ด้านหลังวัดจะมีป่าไผ่ ‘Hokokuji Bamboo Forest’ ที่เรียกว่าป่าก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นับรวมกันได้ถึง 2,000 กว่าต้น สูงชะลูดขึ้นไปบนฟ้า จนได้ฉายาว่า ‘ป่าไผ่แห่งคามากุระ’

แต่กิจกรรมของที่นี่เค้ายังไม่หมดเท่านี้ ถ้าเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จะพบกับศาลาเล็ก ๆ ที่จัด ‘Kyuko-an’ พิธีชงชาแบบดั้งเดิมให้ชิมกัน โดยเค้าจะเสิร์ฟมัทฉะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ พร้อมขนมญี่ปุ่น เป็นโมเมนต์ที่นั่งจิบชาไป มองป่าไผ่ที่พลิ้วไหวไปตามลมที่ชิลและประทับใจสุด ๆ
ค่าเข้าชมสวนป่าไผ่ 400 เยน
ค่ากิจกรรมชงชา 500 เยน

Minemoto
📍maps.app.goo.gl/CmWvtUFRdQjRamus5
ที่ตั้งตารอที่สุดในการมาเที่ยวคามากุระ คือร้านโซบะอายุกว่า 100 ปีที่เราขอยกให้เป็นร้านติดอันดับในใจเสมอมา อย่าง ‘Minemoto’ เป็นร้านโซบะเก่าแก่ ที่เปิดมาตั้งแต่ยุคเมจิ จนถึงตอนนี้ก็อายุกว่าร้อยกว่าปีแล้ว ขึ้นชื่อว่าเสิร์ฟโซบะสดได้อร่อยที่สุดในคามาคุระ!

ซึ่งความอร่อยของเค้าก็ไม่เกินจริง เมนูเด็ดที่ต้องลองคือ ‘Zaru Soba’ หรือโซบะเย็น เค้าจะเสิร์ฟพร้อมซอสเข้มข้น รสชาติดี กลมกล่อมแบบต้นตำรับ กินคู่กับเทมปุระกุ้งตัวโต ๆ ทอดมาได้กรอบนอกนุ่มในแบบไม่อมน้ำมัน ฟินจนต้องขอเบิ้ลสองชาม!
แถมบรรยากาศร้านก็ดี รอคิวไม่นาน ตัวร้านจะเป็นบ้านญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม มีสวนเล็ก ๆ ให้นั่งกินไปชมวิวไป กินเสร็จก็เดินเที่ยว Komachi Street ต่อได้เลยอยู่ใกล้ ๆ กัน

Komachi Street
📍maps.app.goo.gl/ijXk8rXZQcoHXjux6
พออิ่มท้องแล้ว ก็ได้เวลาเดินย่อยที่ ‘Komachi Street’ ถนนคนเดินสายของกินและช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านค้า ของฝาก และที่สำคัญคือ ของกินแน่นทุกตรอกซอกซอย! ร้านขนมดัง ๆ ที่เห็นคนอัพรูปน่ากินก็รวมอยู่ในถนนเส้นนี้หมด

ขอแนะนำร้านเด็ดที่ไม่อยากให้พลาดบนถนนสายนี้
Sakura no Yumemiya
ร้านดังโงะสีสันสดใส มีหลายหน้าหลากรสชาติให้เลือก
📍maps.app.goo.gl/hViy1zyGZHmF9ycN9
Kamakuratyaya Tabanenoshi
ร้านเครปชาเขียวไส้แน่น รูปหน้าพระพระพุทธเจ้า น่ารักอร่อยด้วย
📍maps.app.goo.gl/t65utKvJhkcMwXiN7
Tomoya Kamakura Komachi
ขนมแป้งอบรูปพระพุทธเจ้าที่โด่งดังมาก ๆ เช่นกัน ด้านในสอดไส้ถั่วแดง หรือคัสตาร์ดเลือกได้ตามชอบ
📍maps.app.goo.gl/jJ9odkmKPQo3diBA6
แถมยังมีร้านของฝากคาวาอี้ ๆ เต็มไปหมด ใครอยากได้ของที่ระลึกจากคามาคุระ ต้องแวะช้อปที่นี่มีครบจบในพิกัดเดียว
Kotoku-in
📍maps.app.goo.gl/8YfmzJQstnN8gbK2A
‘Kotoku-in’ พระใหญ่ไดบุตสึแห่งคามาคุระ วัดโคโตกุอิง แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองนี้ ที่ประดิษฐานพระใหญ่ไดบุตสึสูงกว่า 11.3 เมตร ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 700 ปี!
สิ่งที่ทำให้พระใหญ่แห่งนี้พิเศษ จนต้องหาโอกาสแวะมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต คือโดยปกติญี่ปุ่นจะสร้างอาคารครอบองค์พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง ไว้ ซึ่งพระไดบุตสึองค์นี้เคยมีวิหารครอบมาก่อน แต่ถูกพายุและสึนามิพัดพังไปหลายครั้ง จนเหลือเเค่องค์พระอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และเป็นพิกัดที่หากมาเที่ยวมามากุระก็ต้องแวะมากราบไหว้ขอพร สามารถเดินเข้าไปชมด้านในองค์พระได้ด้วย
ค่าเข้าชม 300 เยน
เข้าชมด้านในองค์พระ 20 เยน หรือ 4 บาทเท่านั้น!


เที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่แทบจะเป็น Cashless Society กันหมดแล้ว การมีบัตรเครดิตดี ๆ สักใบ ก็ช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวของเราพิเศษขึ้นได้แบบไม่ต้องกังวล ค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จะเปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้เป็นโอกาสพิเศษที่ประเมินค่าไม่ได้
ทริปนี้เราใช้ บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด ใช้จ่ายทุกอย่างได้อย่างสบายใจ และมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้อีกเพียบ ทั้งข้อเสนอพิเศษและส่วนลดสุด Exclusive ตลอดการเดินทางสามารถเข้าไปดูสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ที่ specials.priceless.com

Shichirihama Beach
📍maps.app.goo.gl/24tGpmNfb12JyVCq7
ปิดท้ายทริปคามากุระด้วยการนั่งรถไฟ Enoden สีเขียวสุดคลาสสิกวิ่งเลียบชายฝั่งทะเล ลงมาเดินเล่นดูวิวพระอาทิตย์ตกดินแบบชิล ๆ ที่หาด ‘Shichirihama Beach’ หาดทรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาไฟฟูจิสุดปัง

บรรยากาศตอนนั่งรถไฟเหมือนอยู่ในฉากของหนังอนิเมะเลย ถ้าโชคดีมาในวันที่ฟ้าใส จะมีโอกาสได้เห็นภูเขาไฟฟูจิเด่นเป็นสง่าตัดกับสีฟ้าของทะเลไว้เป็นความทรงจำดี ๆ

Shinjuku
📍maps.app.goo.gl/GcPLSC9DEMZQNLxK6
ขากลับเราขอแวะช้อปปิ้งที่ย่านชินจูกุซะหน่อย แน่นอนว่าย่านขึ้นชื่อมีร้านและของให้ช้อปสนุก ๆ หลากหลายมาก ตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของเล่น ขนมของฝาก

ทีเลือกเก็บโตเกียวไว้ท้าย ๆ ก็เพราะว่าช้อปเสร็จแพ็คกระเป๋ากลับแบบสบาย ๆ แถมใช้บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดรับส่วนลดสูงสุด 10% และภาษีเงินคืนพร้อมสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย
และสำหรับพิกัดช้อปยอดฮิตของคนไทย อย่าง Don Quijote ก็มีส่วนลดเพิ่ม 5% เมื่อใช้จ่าย JPY10,000 ขึ้นไปด้วยบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดตามเงื่อนไขที่กำหนด ช้อปของฝากที่ญี่ปุ่น แต่ได้ของฝากตัวเองเพิ่มอีกเพียบ

DAY 3 : TOKYO
Kosoan
📍maps.app.goo.gl/Ek48WFbAjJkgKmzeA
เริ่มต้นเช้าวันสุดท้ายก่อนกลับด้วยการออกไปเดินเล่นไกลหน่อยที่ย่าน Jiyugaoka เพราะตั้งใจมาโรงน้ำชาโบราณชื่อว่า ‘Kosoan’ เป็นบ้านญี่ปุ่นโบราณ ที่เปิดประตูเข้าไปเหมือนหลุดเข้าไปในญี่ปุ่นยุคเอโดะเลย
ข้างในบ้านจะเป็นโต๊ะไม้ญี่ปุ่น พร้อมเสื่อทาทามิให้นั่งชิล บรรยากาศดีมีสวนเล็ก ๆ ข้างในบ้านให้ผ่อนคลาย ฟีลสงบเงียบเหมือนอยู่ในชนบท
เมนูแนะนำที่มาแล้วต้องสั่ง ก็จะเป็นพวกชาหอม ๆ อย่างมัทฉะร้อน และวาราบิโมจิ ขนมญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่กินคู่กับชาเขียวเข้มข้น หรือใครเดินทางมาอยากจิบอะไรเย็น ๆ ก็สั่งชาเขียวแบบเย็นแทน กับอีกหนึ่งเมนูคือ Ice cream Anmitsu วุ้นสไตล์ญี่ปุ่น มีถั่วแดงกวน ผลไม้ ท็อปด้วยไอศกรีมชาเขียวกินแล้วสดชื่น

Nakameguro
📍maps.app.goo.gl/KZFKBAoDnAZgaV6F6
‘Nakameguro’ อีกหนึ่งพิกัดในโตเกียวที่ฮอตฮิต เพราะนอกจากเป็นย่านช้อปปิ้งน่ารัก ๆ และแหล่งรวมของงานคราฟต์ ไม่ว่าจะเป็น ร้านคาเฟ่และขนมหวาน ร้านหนังสือ ร้านขายของตกแต่งสุดวินเทจ รวมไปถึงแกลลอรีงานศิลปะเจ๋ง ๆ
ซึ่งหลาย ๆ ร้านในย่านนี้ส่วนใหญ่มีความโฮมเมดและเน้นงานแฮนด์เมดเกือบทั้งหมด แล้วยังเป็นย่านสุดชิคที่มีคลองไหลผ่านกลางเมืองสุดโรแมนติก ที่หากมาช่วงซากุระจะสวยที่สุด แต่ถึงไม่ใช่ช่วงซากุระ ที่นี่ก็ยังสวยและมีเสน่ห์อยู่ดี


Sakura Bridge
📍maps.app.goo.gl/rj1i4Z9ear929yLM8
และจุดที่คนมาเดินชมซากุระกันเยอะในฤดูใบไม้ผลิอย่างที่บอกไป จะเรียกว่า ‘Sakura Bridge’ ที่สามารถมองเห็นดอกซากุระบานเต็มสองข้างทาง มองลงไปจากสะพานสวยสุด ๆ แต่ช่วงที่เราไปยังไม่ถึงฤดู ก็แวะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศสวย ๆ แทนไปก่อน

Sidewalk Stand
📍maps.app.goo.gl/Qr4pFYCbERTsbdT47
แวะมาเดินเล่น ดูของสตรีท ๆ ก็เจอแต่คนเท่ แต่งตัวเก๋ ๆ เค้ามาเดินเล่นกัน แล้วขอแวะร้าน ‘Sidewalk Stand’ เป็น Specialty Coffee เล็ก ๆ แต่คุณภาพระดับพรีเมียม พวก Coldbrew กับ Latte ดีเลยสดชื่นมาก
Shibuya Scramble Crossing
📍maps.app.goo.gl/7mTog4Rm1o5RokKR6
ก่อนกลับไทยต้องมา ‘Shibuya Scramble Crossing’ ห้าแยกที่คนพลุกพล่านที่สุดในโลก! แม้ว่าจะมาหลายครั้งแล้วก็ยังเฟรชทุกครั้งกับโซนนี้ เวลาเดินข้ามห้าแยกชิบูย่า ยังสนุกทุกครั้งที่ได้ลองเป็นโมเมนต์ที่แตกต่างกันทุกครั้งเวลามากับเพื่อนหรือมากับครอบครัว แล้วยังเป็นอีกโลเคชั่นที่ทำให้รู้สึกว่ามาถึงญี่ปุ่นแล้วจริง ๆ

และอีกเหตุผลหลัก ๆ ที่เรามาที่นี่ ก็เพราะว่ายังช้อปปิ้งไม่หนำใจ ก่อนกลับขอแวะมาช้อปปิ้งที่ Shibuya PARCO, Shibuya 109 Loft และ Bic Camera
ถ้าใครอยากได้ Gadget ดีๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน อย่าลืมแวะไป Bic Camera ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่มีครบทั้งกล้อง หูฟัง iPad หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เค้ามีส่วนลด 5% และภาษีเงินคืนอีก 10% เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด *เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
📍Bic Camera
maps.app.goo.gl/jwpHNZhQzScWf3sj7
เห็นมั้ยว่ามีเวลาแค่ 3 วันสุดท้ายในโตเกียวก็เที่ยวได้คุ้มค่า เที่ยวครบทั้งวัด คาเฟ่ ร้านอร่อย และพิกัดสวย ๆ ที่ถ่ายรูปออกมาประทับใจแบบไม่ต้องเร่งรีบ ค่อย ๆ ใช้เวลาซึมซับเก็บบรรยากาศความคลาสสิกและน่ารักฉบับญี่ปุ่นให้กลายเป็นโมเมนต์สุดพิเศษ

แล้วไม่ว่าจะทริปไหน ๆ การเดินทางก็เป็นเรื่องพิเศษ และโมเมนต์ที่มีคุณค่าได้ทั้งนั้น อยากให้ทุกคนออกเดินทางไปค้นหาประสบการณ์ เปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้เป็นโอกาสพิเศษที่ประเมินค่าไม่ได้ และอย่าลืมเติมเต็มทุกโมเมนต์ดี ๆ ให้ชีวิตเป็น Priceless Experience ที่น่าจดจำ กลับมานึกถึงเมื่อไหร่ก็แฮปปี้
และที่ขาดไม่ได้แค่มี บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด ใบเดียว ก็ทำให้ทริปนี้เราหายห่วง ไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยาก เพราะ Mastercard ช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ใช้จ่ายสะดวก ปลอดภัย ได้ดีลพิเศษที่คุ้มค่าตลอดทริป!


อ่านรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นเมืองอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กันต่อได้ที่